หนังรักเกาหลีแบบพีเรียด เสียดสีราชวงศ์

หนังรักเกาหลีแบบพีเรียด เสียดสีราชวงศ์

หนังอีกแบบหนึ่งที่เกาหลีเค้าทำออกมาได้ดี และคนไทยก็ชอบมากนั่นก็คือหนังพีเรียด ที่เสียดสีสังคมชนชั้นสูงของเกาหลีในอดีต หรือ อาจจะลามไปถึงราชวงศ์, ชนชั้นปกครอง และ เรื่องราวในวังหลวงได้เลย ซึ่งพวกเค้ามักจะมีการอ้างอิงประวัติศาสตร์ด้วยแม้เนื้อหาจะหนักแต่ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว หนังรักเกาหลีที่มาแนวนี้แล้วได้รับความนิยมจนขึ้นแท่นความคลาสสิคไปเลยก็คือ The king and The clown ชื่อไทยว่า กบฏรักจอมแผ่นดิน

เรื่องย่อ

เรื่องราวของความรักที่จะกลายเป็นโศกนาฏกรรมในภายภาคหน้าเรื่องนี้ เล่าถึงคณะนักแสดงละครเร่ ที่มีตัวละครนำอยู่สองคนก็คือ จางแซง และ กองกิล ทั้งสองจะแสดงละครเร่ โดยเน้นเรื่องราวที่เสียดสี ล้อเลียนพระราชาในยุคนั้นก็คือ พระเจ้ายอนซันแห่งราชวงศ์โชซอน ทีนี้คณะแสดงดังกล่าวโดนจับได้ ทางรอดเดียวของพวกเค้าก็คือการเล่นต่อหน้าพระพักตร์แล้วทำให้ท่านหัวเราะพอใจได้ ปรากฏว่า จางแซง และ กองกิล สามารถทำได้จึงรอดจากการถูกประหารและเข้าไปเป็นสมาชิกของคณะตลกวังหลวงด้วย เรื่องราวเหมือนจะดี แต่ว่าการเข้าไปอยู่ในวังหลวงนั้นเต็มไปด้วยเล่ห์กล เล่ห์อุบายมากมายที่ทั้งสองไม่สามารถจะยอมรับมันได้ จางแซง จึงชวน กองกิล หนี แต่กองกิลกลับไม่คิดอย่างนั้น เมื่อทั้งสองมีความคิดเห็นแตกต่างมันเลยทำให้เกิดเรื่องราวความรักที่น่าเศร้าขึ้นในท้ายที่สุด

หนังประสบความสำเร็จ

เบื้องหลังของหนังเรื่องนี้มีการบอกว่าอิงมาจากประวัติศาสตร์จริงด้วย ทีนี้หนังเรื่องนี้ตอนแรกที่แฟนเข้าไปดู ยอมรับว่าเข้าไปดู ลี จุนกิ พระเอกหน้าหวานที่ตอนนี้กำลังดังมาก แต่ปรากฏว่าเนื้อเรื่องและการแสดงของนักแสดงทุกคน ได้ทำให้หลายคนที่คิดแต่จะดู ลี จุนกิอย่างเดียว ได้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่หลายคนถึงกับประทับใจเรื่องราวบทบาทของเรื่องที่เขียนออกมาดีมาก

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องของพล็อตบทที่หนังรักเกาหลีแม้จะมีการเขียนบทบาทชายรักชายบ้างแต่ก็เป็นการเขียนบทบาทในยุคปัจจุบันที่ดูจะไม่แปลกเท่าไร แต่การให้คนในยุคก่อนมีบทบาทนี้มันดูจะสุ่มเสี่ยงพอสมควร(แถมยังเป็นตัวละครกษัตริย์อีก) แต่สุดท้ายความเข้มข้น สมจริงของเรื่องก็ทำให้ประเด็นที่ถูกสุ่มเสี่ยงจะโดนแบนนี้ถูกมองข้ามไปกลับกันกลายเป็นหนังถูกยกย่องว่ากล้าหาญเสียอีกที่ชูประเด็นเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีความหนักหน่วงของเนื้อหา แต่หนังรักเกาหลีเรื่องนี้ก็พอจะทำให้เราเข้าใจความอึดอัดของชายรักชายที่ดูเป็นตัวประหลาดในยุคนั้นได้ดีทีเดียว